นักศึกษาเปิดโปงทุจริต ยื่นหลักฐานโต้อาจารย์ ยันไม่ใช่เด็กเลี้ยงแกะ

จากกรณีนิสิตสาวมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตภายในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ขณะที่ตนเองฝึกงานอยู่ ทำให้รัฐเสียหายหลายล้านบาท ก่อนขยายผลพบการทุจริตในอีก 14 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า อาจารย์ภายในคณะหลังจากทราบเรื่อง มีการบอกให้นิสิตไปไกล่เกลี่ยและให้กราบผู้อยู่เบื้องหลังการทุจริต โดยทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

(28 ก.พ.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นางสาวปณิดา ยศปัญญา หรือน้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อ นายสุนทร เดชชัย ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อาจารย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว

นายสุนทร เดชชัย ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเอกสารดังกล่าวไว้ โดยคณะกรรมการจะใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเอกสารที่นำมามอบให้ในวันนี้ เป็นแชทไลน์ที่ได้มีการพูดคุยกันกับอาจารย์ ถึงความไม่โปร่งใสในองค์กรที่ น.ส.ปณิดา ได้เข้าไปฝึกงานในขณะนั้น โดยได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้อาจารย์ได้ทราบ แต่ต้องมาดูรายละเอียดของแชทไลน์อีกครั้ง สำหรับการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขณะนี้เหลือสอบอาจารย์อีก 1 คน จากอาจารย์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อจะได้นำข้อมูลมารวบรวมและคลี่คลายในหลายประเด็น ทางคณะกรรมการคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 2 มีนาคมที่จะถึงนี้ และจะรายงานให้กับอธิการบดีได้ทราบต่อไป

ซึ่งก่อนอื่นต้องแสดงความยินดี มีความภาคภูมิใจในตัวนิสิต ที่ได้นำในสิ่งที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ สำคัญมากในเรื่องการช่วยเหลือชุมชน สิ่งที่น้องแบมได้ทำเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ถือเป็นคนต้นแบบของประเทศ

ด้านนางสาวปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า วันนี้มายื่นเอกสารเพิ่มเติม คือแชทไลน์ที่คุยกับอาจารย์ ตั้งแต่ช่วงที่เกิดเรื่อง ก่อนจะมีการเปิดโปงขบวนการทุจริต ซึ่งต้องขอขอบคุณทางสภาคณาจารย์ และมหาวิทยาลัย ที่สอบสวนข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้รู้สึกคลายความกังวลไปได้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นความกังวลในเรื่องของกระแสสังคม และความปลอดภัย ดีใจที่ท่านนายกฯ มีความเป็นห่วงส่งคนมาคุ้มกัน ส่วนเรื่องผลสอบจะออกมาอย่างไรก็ไม่กังวลเพราะเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

ส่วนเรื่องอาจารย์ ตนเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว เพราะขอแค่ความเป็นธรรมของตนเองเท่านั้นเพราะว่าทางตนเองขอเรียกร้องสิทธิคืนมา เพราะเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ร้องเรียนไปเพราะพิสูจน์ว่าตนเองไม่ใช่เด็กโกหก