พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี

จัดตั้งขึ้นในอาคารราชินูทิศ ซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น รูปทรงแบบตะวันตก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นโดยการนำของ นายชัยพร รัตนนาคะ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ที่ได้รวมพลังประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานีจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เมืองขึ้น โดยใช้เวลาในการดำเนินการเพียง 111 วัน เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดอุดรธานี ครบรอบ 111 ปี

พิพิธภัณฑ์เมืองแห่งนี้ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่ผู้มาเยือนจะได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดอุดรธานีในแง่มุมต่างๆ โดยภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ได้แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 2 ชั้นๆ ละ 6 ห้อง ชั้นล่างประกอบด้วย (1) ห้องประชาสัมพันธ์และบริการ เป็นห้องที่แนะนำให้รู้จักกับส่วนต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์ (2) ห้องธรรมชาติวิทยาและธรณีวิทยา ให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพดิน หิน น้ำ ป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ของจังหวัดอุดรธานี (3) ห้องประวัติศาสตร์และโบราณคดี แสดงให้เห็นความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ และแหล่งโบราณคดีของจังหวัดอุดรธานีทั้งในยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์ (4) ห้องมานุษยวิทยาและชาติพันธุ์ เป็นจุดเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุดรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (5) ห้องประวัติศาสตร์และการพัฒนาเมืองของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม จัดแสดงภาพถ่ายโบราณ และภาพวาดของพระองค์ท่าน ที่ได้ทรงสร้างเมืองอุดรขึ้นที่บ้านเดื่อหมากแข้ง (6) ห้องศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แสดงให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ของชาวอุดร อาทิ ศิลปะการทอผ้า และศิลปะการแสดง ส่วนชั้นบนประกอบด้วย (1) ห้องพระประวัติพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม จัดแสดงพระประวัติ พระกรณียกิจ รวมถึงของใช้ต่างๆ ของพระองค์ท่าน (2) ห้องราชสกุลทองใหญ่ จัดแสดงภาพถ่ายของบุคคลสำคัญในตระกูล “ทองใหญ่” หลายๆ พระองค์ (3) ห้องภาพถ่ายโบราณของพระบาทสมเด็จพระเจ้า-อยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ในการเสด็จฯ มาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดอุดรธานี (4), (5) ห้องพระอริยสงฆ์ เกจิอาจารย์ ของจังหวัดอุดรธานี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวประวัติของพระอริยสงฆ์ และเกจิอาจารย์ทุกท่าน (6) ห้องอารยธรรมบ้านเชียงและอารยธรรมภูพระบาท จัดแสดงภาพเขียนสีน้ำมันตามสภาพวิถีชีวิตของมนุษย์โบราณยุคบ้านเชียง และยุคภูพระบาท. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand