ถ้ำเขาย้อย

สักการะพระพุทธไสยาสน์ที่ประดิษฐานภายในถ้ำเขาย้อยอันเป็นพระพุทธรูปที่สันนิษฐานกันว่าค่อนข้างเก่าแก่ในขณะที่ถ้ำเขาย้อยเองนั้น ในอดีตสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในสมัยที่พระองค์ออกผนวชได้เสด็จธุดงค์มาถึงที่นี่และประทับนั่งกรรมฐานอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้อยู่หลายคืน นอกจากนี้ด้านหลังของพระพุทธไสยาสน์ ยังมีรอยพระพุทธบาทที่มีผู้ศรัทธานำทองคำเปลวมาปิดมากมายจนแลดูเป็นสีทองอร่ามงดงามยิ่งนัก

อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง

ในบรรดาชาวเพชรบูรณ์ แทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักพ่อขุนผาเมือง (เจ้าเมืองราด) วีระกษัตริย์ไทยผู้ทรงต่อสู้ทำสงครามกับขอมเพื่อรักษาดินแดนสุโขทัยเอาไว้ร่วมมือกับพ่อขุนบางกลางหาวเมื่อพุทธศักราช 1800 ในเวลาต่อมาได้ทรงสถาปนาพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย และถวายพระนามว่า “ศรีอินทรบดินทราทิตย์”

ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์

อยุธยาเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์และศาสนา ทั้งไทย จีน แขก ฝรั่ง และญี่ปุ่นด้วย มีหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่ามีชาวญี่ปุ่นเคยตั้งรกรากที่อยุธยา กระทั่งเกิดเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาอันเกิดจากความร่วมมือระหว่างนักวิชาการไทย-ญี่ปุ่น เพื่อศึกษาอดีตเมืองหลวงสยามที่รุ่งเรืองมายาวนานถึง 417 ปี

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย

โครงการตามแนวพระราชดำริเกี่ยวกับพัฒนาและฟื้นฟูป่าชายเลน โดยยึดหลักการ “ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ” ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม ซึ่งไม่เพียงทุกคนจะได้รับความรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสียอย่างถูกต้องแล้วยังจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ในป่าชายเลนที่เต็มไปด้วยสรรพชีวิตและเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ

สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา

แหล่งรวมความรู้ที่เปิดโลกอีกมุมหนึ่งของภาคใต้ให้คุณได้เข้าใจแจ่มกระจ่างชัดยิ่งขึ้น โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เแบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พระเทพญาณโมลี จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติ ผลงานและสิ่งของเครื่องใช้ของพระธรรมโมลี พระพุทธรูป เทวรูปปางต่างๆ พระพิมพ์ พระเครื่อง

บ้านอนุรักษ์ควายไทย

อาณาจักรกว้างขวาง 100 กว่าไร่แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่คุณจะได้ชมความน่ารักแสนรู้ของควายไทยที่หลายคนไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่รวบรวมวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านภาคกลางเอาไว้ โดยจัดสรรพื้นที่เป็นหมู่บ้านชาวนาแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีลานนวดข้าว คอกควาย บ้านเรือนไทยภาคกลาง ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถสัมผัสกับวิถีการดำเนินชีวิตแบบย้อนยุค และกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น การทำนาแบบโบราณที่ยังใช้แรงงานจากควายและอุปกรณ์การทำนาแบบโบราณ มีพื้นที่จำลองในการแบ่งสรรปันส่วนพื้นที่ทำเกษตรกรรมตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รวมทั้งสวนผีเสื้อนานาพันธุ์ สวนกล้วยไม้ หมู่บ้านชาวนา และสวนสมุนไพร เรือนแต่ละหลังมีกิจกรรมสำหรับผู้สนใจ เช่น เรือนแพทย์แผนไทย การนวดแผนไทย และการใช้สมุนไพร เรือนโหราศาสตร์ ส่วนด้านหน้าทางเข้ามีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก

พระธาตุก่องข้าวน้อย (Phra That Kong Khao Noi)

ตั้งอยู่ในทุ่งนา ตำบลตาดทอง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร ไปตามเส้นถนนสายยโสธร-อุดรธานี จากนั้นเข้าไปยังพระธาตุก่องข้าวน้อยอีกประมาณ 2 กิโลเมตร พระธาตุก่องข้าวน้อย เป็นเจดีย์เก่าสมัยขอม สร้างในพุทธศตวรรษที่ 23-25 ตรงกับช่วงสมัยอยุธยาตอนปลาย

หาดทุ่งวัวแล่น

ชายหาดที่สวยงามมีความโค้งเว้าเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว มีความยาวประมาณ 5 – 6 กิโลเมตรต่อเนื่องไปจนถึงชายหาดสะพลี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดชุมพร ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งชาวไทยและต่างชาติ สัญลักษณ์ที่โดดเด่นของหาดทุ่งวัวแล่นเป็นรูปปั้นวัวกระทิงสีดำกำลังแสดงท่าลำพองดุดันมาก หาดทรายมีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียดทอดตัวยาวสุดสายตา เป็นชายหาดน้ำตื้น บรรยากาศรอบๆ ชายหาดเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนอย่งมาก ลักษณะหาดลาดเอียงทีละน้อย เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล ตลอดแนวชายหาดร่มรื่นไปด้วยทิวสนที่ขึ้นเรียงรายอยู่อย่างหนาแน่น บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง สามารถมองเห็นเกาะง่ามน้อยเกาะง่ามใหญ่และหมู่เกาะในทะเลชุมพร ได้อย่างชัดเจนและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าที่สวยงามแห่งหนึ่ง ทางด้านใต้ของหาดติดบริเวณเชิงเขา “โพธิ์แบะ” มีแนวหาดหินใต้น้ำเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพรเพราะมีสาหร่ายฟองน้ำ ดอกไม้ทะเลและปลาทะเลนานาชนิด จากหาดทุ่งวัวแล่นนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเช่าเรือไปชมเกาะต่างๆ ได้ มีรีสอร์ท ให้บริการหลายระดับ มีกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลทั้งดำน้ำ ตกปลาเที่ยวเกาะ ให้บริการในหลายรูปแบบ

ชุมชนบ้านครัวเหนือ

แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมใจกลางกรุงเทพมหานครที่ไม่ควรพลาดกับชุมชนบ้านครัวเหนือ ที่ในอดีตเป็นพื้นที่ของชาวจามที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โดยมีอาชีพเดิมคือการประมงและการทอผ้าไหมพื้นเมือง ซึ่งฝีมือการทอผ้าไหมนั้น โดดเด่นและสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

ปากน้ำประแส

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าบริเวณปากน้ำประแสของระยองแห่งนี้ ไม่เพียงจะงดงามด้วยความสงบงาม แห่งวิถีชีวิตเท่านั้น หากยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่หลอมรวมเป็นความสุขอันเรียบง่ายของประแส ในสมัยอยุธยา ชุมชนประแสเป็นชุมชนริมน้ำโดยมีแม่น้ำประแสเป็นเส้นเลือดสายหลักหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นชุมชนประมงขนาดใหญ่ เป็นแหล่งการค้าด้านอาหารทะเล และเกษตรกรรมที่ชาวชุมชนประแสใช้ดำรงชีพมาจากรุ่นสู่รู่น น่าทำ • สักการะ ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งตั้งอยู่ริมปากน้ำประแส ภายในเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ผู้เป็นที่เคารพรักยิ่งของชาวเมืองระยอง ที่นี่เปิดระหว่างเวลา 07.00-18.00 น. • ชมความยิ่งใหญ่ของ เรือรบหลวงประแส ตั้งอยู่ที่ชายหาดดำบริเวณปากแม่น้ำประแส เรือรบที่ปลดระวางแล้วลำนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวน่ากล่าวขานถึงมากมาย • พักผ่อนหย่อนใจใน ชายหาดแหลมสน ซึ่งเป็นหาดอันเงียบสงบที่ปัจจุบันทางเทศบาล ตำบลปากน้ำประแส ได้ทำการปรับภูมิทัศน์โดยรอบเสียใหม่ให้ดูงามตา สะอาดสะอ้านยิ่งขึ้น รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาพักผ่อนพร้อมๆ กับชมวัดแหลมสนที่มีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก • ตื่นตากับป่าชายเลนและ ทุ่งโปรงทอง น่าจะเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของการเดินทางท่องเที่ยวปากน้ำประแสเลยทีเดียว สำหรับการได้สัมผัสความงามของทุ่งโปรงทองโดยเฉพาะในยามเช้าตรู่และยามเย็น เมื่อแสงสีทองของดวงอาทิตย์สาดจับเรือนยอดของต้นโปรงที่ขึ้นกันอย่างเบียดเสียด และทำให้ทั่วท้องทุ่งแห่งนี้กลายเป็นสีทองอันเป็นที่มาของคำว่า “ทุ่งโปรงทอง” นั่นเอง นอกจากจะได้ถ่ายภาพทุ่งโปรงทองสวย ๆ เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ตรงหน้าแล้ว อย่าลืมลองเดินศึกษาธรรมชาติไปตามสะพานไม้ที่พาลัดเลาะเข้าไปในป่าชายเลน อันอุดมสมบูรณ์ และน่าจะเรียกได้ว่าเป็นป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ของภาคตะวันออกเลยทีเดียว • ล่องเรือชมหิ่งห้อย […]